ร้านเกมคอมตลาดกำนันหลัก

www.banksgame.com
 
บ้านCalendarช่วยเหลือค้นหารายชื่อสมาชิกกลุ่มผู้ใช้สมัครสมาชิก(Register)เข้าสู่ระบบ(Log in)

Share | 
 

 บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down 
ผู้ตั้งข้อความ
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:18 pm

การกลับมาของ Kane ในครั้งนี้เต็มไปด้วยกลยุทธ์รูปแบบใหม่ในการเล่นอีกมากมาย ในครั้งนี้เราจึงขอนำเสนอเทคนิคและกลยุทธ์ที่จะช่วยให้คุณคว้าชัยชนะมาครอง ไม่ว่าคุณจะเล่นกับคนหรือ AI ก็ตาม อย่างไรก็ดีเทคนิคและกลยุทธ์ที่นำเสนอนี้ไม่มีอะไรถูกหรือผิด 100% เนื่องจากเกมการเล่นนั้นไม่ตายตัว สิ่งที่นำเสนอนี้เป็นเพียงเทคนิคบางส่วนที่ให้คุณนำไปปรับใช้กับสไตล์การเล่นของคุณเท่านั้น

ยูนิตใหม่

ก่อนที่จะลงลึกถึงแทคติกการเล่นเราควรจะไปรู้จักยูนิตชนิดใหม่ซึ่งมีให้ใช้สำหรับฝ่ายหลักทั้ง 3 ฝ่ายก่อน

GDI

Slingshot ยูนิตต่อต้านอากาศยานชนิดใหม่ เคลื่อนที่ได้เร็วเหมาะสำหรับใช้จัดการอากาศยานของศัตรู แต่มันไม่มีอาวุธโจมตีภาคพื้น ทำให้มันอ่อนแอต่อทหารราบหรือยานพาหนะภาคพื้นอย่างมาก

Hammer Head อากาศยานชนิดใหม่ของ GDI ซึ่งสามารถบรรทุกยูนิตทหารราบชนิดต่างๆ เพื่อเพิ่มอำนาจการยิงได้ อาวุธหลักคือปืน Vulcan 2 กระบอกที่สามารถอัพเกรดกระสุนต่อต้านยานเกราะได้ มันไม่จำเป็นต้องบินกลับฐานเพื่อเติมกระสุน จึงเป็นยูนิตที่มีความคล่องตัวสูง

Shatterer รถถังชนิดใหม่ที่มีอาวุธเป็นคลื่นเสียง sonic เหมาะสำหรับโจมตียูนิตที่อยู่เป็นกลุ่มหรือสิ่งก่อสร้างอัตราการยิงค่อนข้างช้าแต่มีพลังทำลายสูง

NOD

Reckoner ยูนิตขนส่งชนิดใหม่นี้ นอกจากใช้ขนส่งทหารแล้วมันยังสามารถแปลงสภาพเป็นบังเกอร์ให้ทหารเข้าประจำการได้อีกด้วย บังเกอร์นี้มีความทนทานมากกว่าปกติ ยูนิตที่ประจำการอยู่จะไม่ถูกสังหารจากระเบิดหรืออาวุธประเภทไฟทุกชนิด

Specter ปืนใหญ่ล่องหนชนิดนี้เหมาะสำหรับซุ่มโจมตีหรือยิงสนับสนุนจากระยะไกล และยังสามารถสั่งยิงถล่มไปยังตำแหน่งที่มีการวางเครื่องส่งสัญญาณได้ ยูนิตนี้จะล่องหนตลอดเวลายกเว้นขณะทำการยิง นอกจากนี้การยิงแต่ละครั้งต้องตั้งปืนใหญ่ประจำที่ก่อน ทำให้มันตกเป็นเป้าของอากาศยานศัตรูได้โดยง่าย

SCRIN

Ravager หน่วยทหารราบที่ใช้ผลึก Tiberium เป็นอาวุธ เหมาะสำหรับจัดการยานพาหนะ หรือ ทหารราบของศัตรู นอกจากนี้มันยังเคลื่อนที่ได้เร็วเหมาะแก่การบุกเข้าโจมตีแบบฉาบฉวยอีกด้วย

Mechapede ยานยนต์ชนิดใหม่ที่มีรูปร่างคล้ายกับตะขาบ แตะละปล้องของลำตัวมันสามารถเลือกติดอาวุธได้หลากหลายชนิด หากถูกทำลายแต่ละปล้องจะสามารถงอกใหม่ได้ วิธีเดียวที่จะกำจัดมันคือทำลายทุกปล้องรวมถึงส่วนหัวด้วย
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:18 pm

EPIC UNIT

ใน Kane’s Wrath ได้มีการนำเสนอยูนิตแบบใหม่ภายใต้ชื่อ Epic Unit หรือ “อภิมหายูนิต” โดยแต่ละฝ่ายจะมี Epic Unit ฝ่ายละแบบ แต่ชื่อก็คงจะบ่งบอกอยู่แล้วว่ายูนิตเหล่านี้จะมีขนาดใหญ่มะโหฬารกว่ายูนิตทั่วๆไป

MARV(GDI) สุดยอดรถถังลูกผสมระหว่าง Harvester กับ Mammoth Tank ที่มีอาวุธเป็นปืนใหญ่พลังคลื่นเสียงพลังทำลายสูง เมื่ออยู่บนทุ่ง Tiberium มันสามารถเก็บเกี่ยวแร่ได้เช่นเดียวกับ Harvester นอกจากนี้มันยังสามารถบรรจุทหารได้อีก 4 หน่วย ซึ่งทหารแต่ละประเภทจะช่วยเพิ่มความสามารถพิเศษและให้อำนาจการยิงต่างกัน

REDEEMER (NOD) หุ่นพิฆาตตัวนี้ติดตั้ง Laser ความแรงสูงเป็นอาวุธ สามารถบรรจุทหารได้ 2 หน่วย อาวุธเสริมของมันคือ Rage Generator ที่ช่วยสร้างความสับสนแก่ศัตรูทำให้พวกมันฆ่ากันเอง

ERADICATOR (SCRIN) แมลงยักษ์ 6 ขาชนิดใหม่นี้ติดตั้ง Plasma Disc ไว้จัดการกับศัตรู มันบรรจุยูนิตทหารราบได้ 3 หน่วย และสามารถเทเลพอร์ทได้หากส่ง Master Mind หรือ Prodigy เข้าประจำการ นอกจากนี้มันยังเป็นยูนิตเดียวในเกมที่รีไซเคิลยูนิตที่ถูกทำลายให้กลายเป็นทรัพยากรได้

ฝ่ายใหม่ทั้ง 6

ใน Kane’s Wrath จะมีฝ่ายย่อยที่เพิ่มเข้ามาเป็นการนำเอา 3 ฝ่ายหลักมาปรับเปลี่ยนความสามารถที่มีอยู่ โดยเพิ่มจุดแข็งและยูนิตเฉพาะเข้าไป นี่คือลักษณะเฉพาะของแต่ละฝ่าย

STEEL TALONS

เป็นกองทับของ GDI ที่ถูกเสริมเขี้ยวเล็กด้วยยูนิตประเภท Walker จุดเด่นของฝ่ายนี้คือยูนิต Titan และ Wolverine ที่มาแทน Predator Tank ซึ่งสามารถต่อต้านยานเกราะและทหารราบของศัตรูได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังมี Behemoth หุ่นรบ Juggernaut ที่ติดตั้งบังเกอร์ไว้ให้ทหารเข้าประจำการ APC ของฝ่ายนี้สามารถซ่อมแซมยานพาหนะที่เสียหายได้แต่ก็ถูกลดอำนาจการยิงลงไป Heavy Harvester ไม่มีอาวุธแต่ติดบังเกอร์ให้ทหารประจำการแทน

จากความเห็นของผู้เล่นหลายๆ ท่านเมื่อเปรียบเทียบฝ่ายนี้กับฝ่ายอื่นๆ แล้วมันจะบอกว่าค่อนข้างเสียเปรียบเนื่องจากไม่มียูนิตทหารราบอย่าง Zone Trooper และ Sniper อาวุธคลื่นเสียงก็ไม่มี แถม APC ของฝ่ายนี้ก็ไม่สามารถโจมตีได้ มันมีหน้าที่ซ่อมแซมยานพาหนะและขนส่งเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วฝ่ายนี้ไม่ได้แย่ขนาดนั้น จุดแข็งของมันอยู่ที่การจับคู่ยูนิตทหารเข้าประจำการกับยานพาหนะ อย่างเช่น Behemoth ซึ่งเป็นยูนิตที่มีพลังการทำลายสูงจับคู่กับ Hammer Head กับ Missile Squad ก็ให้ผลดีเช่นกัน

อีกอย่างที่เป็นจุดแข็งก็คือการอัพเกรดเพิ่มพลังการยิงและเกราะป้องกัน ป้อมปืนทุกชนิดสามารถอัพเกรดเพิ่มพลังโจมตี ช่วยในการป้องกันฐานได้เป็นอย่างดี การอัพเกรดยังเพิ่มอำนาจการยิงให้แก่ Walker อีกด้วย สำหรับการบุกโจมตีนั้นต้องบอกเลยว่า

การเล่นเกมเร็วสำหรับฝ่ายนี้ค่อนข้างยุ่งยากเพราะคุณต้องผสมยูนิตหลายๆ ชนิดเข้าโจมตีไปด้วยกัน ยกเว้นแต่การก่อกวนหรือทำลายรถเก็บแร่ของศัตรูในช่วงต้นเกมโดยใช้ Pitbull 3-4 คัน ที่ยังคงมีประสิทธิภาพ หากคุณผสมผสานยูนิตได้อย่างลงตัว Steel Talons จะมีความน่ากลัวมากทีเดียว เนื่องจากยานพาหนะฝ่ายนี้มีพลังทำลายสูงและเกราะที่หนากว่าฝ่ายอื่น ยิ่งใช้คู่กับความสามารถ Railgun Accelerator ที่ช่วยเพิ่มอัตราการยิงยิ่งสร้างความเสียหายได้เร็วมาก
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:19 pm

ZOCOM

กองทัพ GDI ที่เน้นการใช้อาวุธคลื่นเสียงโจมตีพื้นที่เป็นวงกว้าง แม้กระทั่งเครื่องบินรบ ORCA ก็ติด Sonic Missile แทนจรวดปกติ จุดเด่นของฝ่ายนี้คือ ยูนิต Zone Raider ทหารราบหนักติดอาวุธคลื่นเสียง ซึ่งเหมาะสำหรับจัดการยานพาหนะ และสิ่งก่อสร้างมากกว่าหน่วยทหารราบและอ่อนแอต่อการโจมตีทางอากาศ นอกจากนี้ยังมี Rocket Havester รถเก็บแร่ติด Missile ที่ช่วยต่อต้านยานพาหนะไปจนถึงอากาศยาน และรถถัง Zone Shatterer ของฝ่ายนี้ก็ได้รับการปรับปรุงให้สร้างความเสียหายได้มากขึ้น

จุดด้อยของ ZOCOM ก็คือ มันไม่มีอาวุธ Rail Gun ให้ใช้ นั่นแปลว่ามันไม่มี Zone Trooper ทั้ง Predator Tank และ Mammoth Tank ก็จะยิงกระสุนธรรมดา และสุดท้ายหุ่นรบ Juggernaut ก็ไม่มีให้ใช้อีกเช่นกัน

กลยุทธ์ทั่วไปของฝ่ายนี้คือการเล่น Combo Unit คู่กับการบุกโจมตีด้วยยูนิตปกติ เช่นการใช้ Hammer Head คู่กับ Zone Raider คุณก็จะได้อากาศยานเคลื่อนที่เร็วและสามารถสร้างความเสียหายได้อย่างมาก ยิ่งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่จะสามารถกวาดล้างยูนิตหรือสิ่งก่อสร้างของศัตรูไปได้อย่างรวดเร็วและมันยังเหมาะสำหรับใช้ลอบโจมตีอีกด้วย

Black Hand

หน่วยเฉพาะกิจของ Nod ที่ประกอบด้วยเหล่าทหารชั้นยอด อาวุธต่างๆ เน้นไปที่การใช้ไฟ ฝ่ายนี้เน้นการเผชิญหน้ากันโดยตรง จึงไม่มีเทคโนโลยีล่องหนเหมือนกองกำลัง Nod หน่วยอื่น(Harvester จะไม่ล่องหนและไม่มีอาวุธ) แต่ก็ทดแทนด้วยความสามารถของยูนิตทหารราบ กองกำลังหลักคือหน่วยทหารราบ Confessor Cabal ที่สามารถเพิ่มขวัญกำลังใจให้ยูนิตใกล้เคียง และ Black Hand เป็นเพียงฝ่ายเดียวที่สามารถสร้าง Commando ระดับชาญศึกได้ 2 ยูนิต ยานพาหนะที่เป็นเอกลักษณะ คือ หุ่น Purifler มันคือ หุ่น Avatar รุ่นปรับปรุงที่ติดเครื่องพ่นไฟแถมยังช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจทหารโดยรอบ ขวัญกำลังใจทหารโดยรอบ ขวัญกำลังใจช่วยเพิ่มพลังโจมตีและอัตราการยิงของยูนิตนั้น

เนื่องจากฝ่ายนี้ไม่มีอากาศยานและเทคโนโลยีล่องหนจึงมีการคิดค้นยูนิตต่อต้านอากาศยานขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อแทนที่ Stealth Tank นั่นก็คือ Mantis ซึ่งสามารถระดมยิง Missile ภาคพื้นสู่อากาศได้ แต่ก็มีข้อเสีย เพราะมันไม่มีอาวุธต่อต้านยูนิตภาคพื้นเลย

จุดเด่นของฝ่ายนี้นอกจากหน่วยทหารราบสุดโหดแล้ว Black Hand ยังเป็นหนึ่งในฝ่ายที่มีการอัพเกรดยอดเยี่ยมที่สุดของ Nod ความสามารถที่อัพเกรดได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมาก เช่น Black Disciple ที่จะเพิ่ม Black Hand หนึ่งคนเข้าไปในยูนิตทหารราบทุกชนิด,Particle Beam ที่เปลี่ยนเป็นกลธรรมของ Confessor Cabal ให้กลายเป็นปืนลำแสงอนุภาค และ Purifying Flame ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธไฟทุกชนิด แค่การอัพเกรดที่ว่านี้ก็ทำให้หน่วยทหารราบที่โหดอยู่แล้วมีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เมื่อเทียบกับฝ่ายอื่นๆ สำหรับกลยุทธ์ที่นิยมเล่นกันนั้น ผู้เล่นส่วนใหญ่ที่เล่นฝ่ายนี้จะเน้นไปที่ทหารราบที่มีการอัพเกรดจนสุด เพราะไม่ว่าคุณจะสร้างทหารราบชนิดไหนก็จะได้เครื่องพ่นไฟซึ่งติดมาเป็นอาวุธทำให้หน่วยทหารราบหนึ่งยูนิตมีอาวุธค่อนข้างครบมือเพื่อรับมือกับศัตรูหลายรูปแบบ สำหรับยานพาหนะ เน้นไปที่ Flame Tank เพื่อรับมือกับทหาร สิ่งก่อสร้าง และ Purifier สำหรับต่อต้านยานพาหนะ ถ้าเจออากาศยานก็จะมีการสร้าง Mantis ร่วมด้วย แม้จะไม่สามารถล่องหนได้ แต่วิธีการเล่นฝ่ายนี้ก็ค่อนข้างจะยืดหยุ่นเพราะยูนิตหลักของ Nod ก็ยังมีให้ใช้อยู่ เช่น การลอบโจมตีเพื่อดึงความสนใจก่อนบุกเข้าโจมตี โดยใช้ปืนใหญ่ Specter ยิงถล่ม สร้างความปั่นป่วนก่อนกองทัพทหารราบจะบุกเข้าโจมตีเพื่อเก็บกวาดอีกทีหนึ่ง
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:19 pm

Marked of Kane (Mok)

กองทัพ Cyborg ของ Nod กลับมาอีกครั้งหลังสงคราม Tiberium ครั้งที่ 2 ถ้าใครเคยเล่นภาค Tiberium Sun มาก่อนจะพบว่ามันถูกลดความสามารถลงไปเยอะ ลักษณะเด่นของฝ่ายนี้ก็คือ หน่วยทหารราบที่เป็น Cyborg ซึ่งมีระเบิด EMP เป็นอาวุธเสริม อย่างเช่น Awakened และ Enlightened ทหารราบหนักติดอาวุธลำแสงอนุภาคคล้ายๆกับ Zone Trooper เนื่องจากฝ่ายนี้ไม่มีอาวุธที่เกี่ยวข้องกับไฟ (ไม่มี Back Hand และ Flame Tank) แต่ก็มี Tiberium Troop หน่วยทหารที่ใช้ Tiberium เหลวเป็นอาวุธมาทดแทนแม้พลังโจมตีจะไม่รุนแรงเท่าปืนไฟแต่ถ้ายิงใส่พาหนะศัตรูก็จะทำให้เคลื่อนที่ช้าลง

กลยุทธ์ของ Mok จะคล้ายกับการเล่น Nod ฝ่ายหลักซึ่งสามารถเล่นได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเล่นเกมเร็วหรือการลอบโจมตีด้วยยูนิตล่องหน แต่กลยุทธ์ที่ดูจะโดดเด่นที่สุดสำหรับฝ่ายนี้ก็คือการโจมตีด้วย EMP ซึ่งสามารถใช้ได้ตั้งแต่ตอนต้นเกมโดยไม่ต้องรอวิจัยเทคโนโลยี เพราะ Awakened มีความสามารถในการยิงระเบิด EMP ติดมาด้วย แม้ว่า Awakened จะมีพลังโจมตีไม่รุนแรงแต่ก็เหมาะใช้เป็นหน่วยสนับสนุนยานพาหนะเมื่อบุกโจมตี สำหรับหยุดยานพาหนะหรือปิดสิ่งก่อสร้างของศัตรู ชั่วคราว เช่น ป้อมปืนหรือโรงไฟฟ้า ทำให้ฝ่ายนี้เหมาะกับการเล่นแบบโจมตีเร็ว (Rush) เน้นสร้างความปั่นป่วนโดยปิดการทำงานของสิ่งก่อสร้างหรือแหล่งพลังงานของศัตรู ซึ่งช่วยชะลออัตราการผลิตทั้งสิ่งก่อสร้างและยูนิต เพื่อสร้างความได้เปรียบ Awakened สามารถรับมือกับทหารราบของฝ่ายอื่นได้อย่างสบายเมื่อเทียบกับหน่วยต่อหน่วย ไม่ว่าจะเป็น Rifleman Squad หรือ Militant Squad เพราะมันมีความอึดมากกว่าทหารราบปกติ แต่มันไม่มีการอัพเกรดจึงเหมาะสำหรับช่วงต้นไปจนถึงกลางเกม หลังจากนั้น Enlightened จะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะมันสร้างความเสียหายได้มากกว่าและก็ใช้ EMP ได้ เช่นกัน ข้อด้อยสำหรับฝ่ายนี้นอกจากไม่มีอาวุธไฟแล้วอีกอย่างก็คือ Scorpion Tank และ Raider Buggy ไม่มีการอัพเกรดอาวุธเลเซอร์ ครับถ้าคุณไม่ได้สนใจยูนิตจำพวก Cyborg และ EMP การเลือกเล่น NOD ฝ่ายหลักดูจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่า เพราะมีเทคโนโลยีทุกอย่างครบครัน และพลังพิเศษ Redemption ก็ช่วยเปลี่ยนทหารธรรมดาให้เป็น Cyborg ได้เช่นกัน

Reaper-17

กองกำลัง Scrin ที่ติดอาวุธหนักและเน้นการใช้สนามพลังป้องกันตัว ยานพาหนะส่วนใหญ่แม้กระทั่ง Harvester มีสนามพลังป้องกัน ฝ่ายนี้ไม่มีความสามารถควบคุมจิตใจการบุกโจมตีเน้นใช้ยูนิตภาคพื้นเป็นหลักทำให้ไม่มียูนิตอย่าง Devastator Warship และ Planetary Assault Carrier อากาศยานจึงมีไว้สนับสนุนเท่านั้น ยูนิตหัวหอกในการบุกโจมตีคือ Reaper Tripod ซึ่งมีความสามารถมากกว่า Tripod ทั่วไป และมีราคาแพงกว่าอีกด้วย

การอัพเกรดส่วนใหญ่ช่วยเพิ่มความสามารถของยูนิตทั้งพลังโจมตีและป้องกัน เนื่องจากยูนิตมีพลังโจมตีและป้องกันมากกว่าปกติ การใช้กองทัพยานพาหนะจำนวนมากเข้าถล่มศัตรูจึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะมากสำหรับฝ่ายนี้

สิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นสำหรับฝ่ายนี้คือ Growth Stimulator ทำหน้าที่คล้าย Tiberium Spike แต่จะเพิ่มทรัพยากรเข้าสู่คลัง 15 หน่วยทุกๆ 5 วินาทีแทน

Traveller-59

ฝ่ายนี้เน้นความเร็วและความคล่องตัวของยูนิตเป็นหลัก ด้วยเทคโนโลยี Advanced Articulators และ Traveler Engine ทำให้ยูนิตทหารราบชนิดต่างๆ รวมถึงอากาศยานซึ่งเป็นกองกำลังหลักเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น

Traveller-59 มีความสามารถในการควบคุมจิตใจระดับสูง มันจึงมียูนิตเฉพาะอย่าง Cultist ที่สามารถควบคุมยูนิตศัตรูมาใช้งานได้ จุดเด่นอีกอย่างก็คือ Prodigy ยูนิตระดับสูงที่มีความสามารถ ในการควบคุมการสิ่งก่อสร้างของศัตรูซึ่งเหมือนกับการยึดสิ่งก่อสร้างโดยใช้ Engineer และยังควบคุมยูนิตของศัตรูเป็นกลุ่มได้

ด้วยการรบที่เน้นความคล่องตัวมากกว่าการปะทะโดยตรงทำให้ยูนิตของฝ่ายนี้ไม่มีสนามพลังป้องกัน กลยุทธ์ของฝ่ายนี้เน้นการเข้าโจมตีฉาบฉวยด้วยยูนิตเคลื่อนที่เร็ว แต่การโจมตีซึ่งๆ หน้าก็ยังมีประสิทธิภาพอยู่เมื่อใช้ยูนิตหลายๆ ชนิดผสมผสานกันทั้งยานพาหนะและอากาศยานโดยมี Cultist หรือ Prodigy คอยสนับสนุนอยู่ด้านหลั
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:20 pm

เทคนิคการเล่น Multiplayer

วางแผนการเล่น

ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่รู้ว่าควรทำอะไรหรือต้องทำอะไรบ้างตั้งแต่เริ่มต้นเกมไปจนจบ ดังนั้นคุณควรวางแผนการเล่นให้เหมาะสมกับฝ่ายที่เลือกเล่นและสไตล์ของตัวเอง เช่น ลำดับของสิ่งก่อสร้าง ลำดับการสร้างยูนิต เป็นต้น ผมคงไม่สามารถเจาะจงไปได้ว่าจะต้องสร้างก่อนเพราะสไตล์การเล่นนั้นไม่ตายตัว พยายามฝึกฝนการใช้คีย์ลัดต่างๆ ให้คล่อง ถ้าคุณเป็นผู้เล่นหน้าใหม่และไม่รู้ว่าฝ่ายที่คุณเล่นควรจะวางแผนการเล่นอย่างไง ผมแนะนำให้ลองฝึกกับ AI ในโหมด Skirmish ก่อนหรือจะหา Replay ของผู้เล่นอื่นๆ มาดูก็จะช่วยได้มาก เพราะเวลาทุกวินาทีในการเล่น Multiplayer นั้นมีค่ามาก การลังเลเพราะไม่รู้ว่าจะสร้างสิ่งก่อสร้างหรือยูนิตชนิดใดทำให้เสียเวลาไปเปล่าๆ โดยเฉพาะช่วงต้นเกมที่ต่างฝ่ายต่างต้องช่วงชิงความได้เปรียบ สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือทรัพยากร คุณไม่ควรปล่อยให้มีทรัพยากรค้างอยู่เป็นจำนวนมาก จงนำมันไปใช้อย่างชาญฉลาด เช่น ผลิดยูนิตหรืออัพเกรดเทคโนโลยีเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพคุณตลอดเวลา สายการผลิตที่ว่างหมายถึงคุณกำลังเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์

รู้จักแผนที่และศัตรู

ลำดับการสร้างและแผนการเล่นช่วยให้การเปิดเกมของคุณลื่นไหล แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้คุณครอบครองความได้เปรียบในสนามรบ สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือความคุ้นเคยกับแผนที่ที่คุณกำลังเล่น จุดปะทะอยู่ตรงไหน? ทุ่ง Tiberium มีกี่แห่ง อยู่ตรงไหนบ้าง? ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณวางแผนการขยายฐานเพื่อเพิ่มทรัพยากรได้อย่างถูกที่ถูกเวลา และที่ลืมไม่ได้ก็คือ สิ่งก่อสร้างทางยุทธศาสตร์ เช่น Tiberium หรือ EMP Control Center ผู้เล่นที่รู้ตำแหน่งและจำนวนของสิ่งก่อสร้างเหล่านี้จะได้เปรียบอย่างมาก เพราะรู้ว่าจะต้องวางแผนการเล่นอย่างไร จะต้องยึดสิ่งก่อสร้างไหนก่อน คุณควรจะสร้างความคุ้นเคยกับสิ่งเหล่านี้โดยลองเล่นแผนที่ต่างๆ ในโหมด Skirmish สักครั้งก่อนจะเล่น Multiplayer โดยเฉพาะแผนที่แบบ 1 VS 1 ที่นิยมเล่นกันอย่าง Tournament Tower และ Tournament Rift เพื่อจดจำตำแหน่งจุดยุทธศาสตร์ต่างๆ เมื่อคุ้นเคยกับแผนที่แล้ว สิ่งต่อมาที่ต้องรู้ก็คือศัตรูที่คุณกำลังต่อกรด้วยอยู่ อย่ารอช้าที่จะส่งยูนิตออกไปสำรวจฐานของคู่แข่งโดยเฉพาะช่วงต้นเกม ใช้ยูนิตทหารธรรมดาก็เพียงพอ เมื่อพบที่ตั้งของศัตรูคุณควรจดจำชนิดของสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพื่อวางแผนรับมือหรือบุกโจมตี เช่น หากคุณเจอ War Factory 2 แห่ง นั่นแปลว่าศัตรูอาจจะกำลังวางแผนที่จะผลิตกองทัพพยานพาหนะมาถล่มคุณก็เป็นได้ รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ช่วยให้แผนการเล่นของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Super weapon หรือ Epic Unit?

ไม่ว่าจะศัตรูของคุณจะเป็น AI หรือผู้เล่นด้วยกันเองผมเชื่อว่าหลายคนที่เล่นเกมนี้คงจะเคยถูกถล่มด้วยสุดยอดอาวุธมาแล้วอย่างแน่นอน พลังโจมตีของมันรุนแรงและไม่เสียทรัพยากรแม้แต่หน่วยเดียวตอนสั่งยิง ถ้าคุณเล่นโหมด Skirmish เป็นประจำคุณจะพบว่า ในทุกๆ เกม AI จะสร้าง Super weapon ไว้ค่อยถล่มคุณ แต่คำถามก็คือมันสมควรสร้างหรือไม่ เมื่อเล่นแบบผู้เล่นหลายคน ก่อนจะฟันธงลงไปว่าควรหรือไม่ เมื่อเล่นแบบผู้เล่นหลายคน ก่อนจะฟันธงลงไปว่าควรหรือไม่ นี่คือสิ่งที่คุณควรคำนึงถึง อย่างแรกก็คือ ค่าก่อสร้างที่สูงถึง 5,000 หน่วย และเมื่อสร้างเสร็จคุณต้องรอนาน 7 นาทีถึงจะยิงครั้งแรกได้ (สำหรับเกมนี้แค่ 2 นาทีก็ถือว่านานมากแล้ว) อย่างที่สองก็คือ เมื่อสร้างเสร็จมันก็จะประกาศให้ศัตรูของคุณรู้ ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง สิ่งก่อสร้างใกล้เคียง และเวลาที่เริ่มนับถอยหลังก่อนพร้อมยิง แน่นอนว่าศัตรูของคุณคงไม่อยู่เฉยรอให้คุณถล่มฐานทัพอย่างสบายใจแน่ ตอนนี้ละครับที่ Super weapon ของคุณจะตกเป็นเป้าหมายอันดับแรก ถ้าการป้องกันของคุณไม่รัดกุมการทำลายสิ่งก่อสร้างชนิดนี้เป็นเรื่องง่ายมากๆ แค่ส่ง Commando อ้อมไปด้านหลังฐานแล้วลอบเข้าวางระเบิดก้เป็นอันจบ หรือแค่ส่งยูนิตลุยเข้าไปดื้อๆ เลยก็สามารถทำลายได้ถ้าคุณไม่มียูนิตป้องกันอยู่ แต่มันก็คุ้มค่าถ้าคุณป้องกันไว้จนสามารถสั่งยิงครั้งแรกได้ เพราะการโจมตีเพียงครั้งเดียวอาจพลิกเกมจากที่คุณกำลังเสียเปรียบกลายเป็นผู้ชนะเลยก็ได้

สำหรับเกมผู้เล่นหลายคนแบบ 1 Vs 1 นั้นไม่นิยมสร้าง Super weapon เท่าไรนัก แทบจะไม่สร้างเลยก็ว่าได้เพราะการป้องกันมันเป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยาก และด้วยค่าตัวของมันที่สูงถึง 5,000 หน่วย ก็ไม่ค่อยจะคุ้มค่าต่อการสร้างเท่าไร จากสาเหตุนี้ผู้พัฒนาจึงได้มีการเพิ่ม Epic Unit เข้ามาเพื่อเป็นตัวเลือกแทน Super weapon ที่ไม่ได้รับความนิยม ด้วยค่าตัวที่เท่ากันแต่เคลื่อนที่เข้าโจมตีได้โดยไม่ต้องรอเวลา สามารถอัพเกรดความสามารถโดยใช้ยูนิตทหารชนิดต่างๆ และนำไปประยุกต์ใช้กับแผนการเล่นได้หลากหลายเพราะมันมีความคล่องตัวสูงกว่า Super weapon ในหลายสถานการณ์มาก สำหรับเกม 2 Vs 2 หรือการเล่นเป็นทีมนั้น Super weapon ก็ดูจะเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าอยู่โดยผู้เล่นที่ร่วมทีมกันจะแบ่งหน้าที่ว่า ใครจะเล่นแบบไหน ส่วนมากแล้วผู้เล่นคนหนึ่งจะเล่นแบบโจมตีเร็ว เพื่อก่อกวนดึงความสนใจให้ศัตรูต้องส่งยูนิตมาป้องกัน ในขณะที่อีกคนไต่ระดับเทคโนโลยี ผลิตยูนิตเตรียมไว้บดขยี้ศัตรู รวมถึงสร้าง Super weapon เตรียมไว้ปิดเกม หากจะต้องเลือกระหว่าง Super weapon กับ Epic Unit คุณคงต้องชั่งน้ำหนักเอาเองจากสิ่งที่กล่าวไปแล้วว่าอย่างไหนเหมาะกับสไตล์การเล่นของคุณมากกว่ากั
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:20 pm

กลยุทธ์ที่นิยมใช้

Rushing

เป็นการบุกโจมตีอย่างเร็วโดยศัตรูไม่ทันตั้งตัว จุดประสงค์คือการพิชิตศัตรูให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าช่วงต้นเกมคุณเร็วพอ คุณอาจจะบุกไปเจอบานทัพศัตรูที่ไร้การป้องกันและจบเกมโดยง่าย วิธีนี้เน้นการปั๊มยูนิตทหารราบหรือยานพาหนะแล้วส่งไปถล่มศัตรูเป็นระยะๆ การเล่นเกมเร็วเหมาะสำหรับทุกฝ่ายแต่ที่ดูจะเชี่ยวชาญที่สุดก็คือ Nod ยูนิตอย่าง Raider Buggy, Scorpion Tank และ Fanatics คือตัวอันตรายช่วงต้นเกมอย่างแท้จริง หากอัพเกรดความสามารถและโจมตีคู่กับ Flame Tank จะทำให้ปิดเกมได้เร็วขึ้น สำหรับฝ่าย Scrin ยูนิตที่เหมาะสำหรับกลยุทธ์นี้คือ Buzzer ซึ่งมีราคาถูกและเคลื่อนที่เร็ว ใช้จัดการทหารราบศัตรูได้อย่างดี อีกตัวเลือกหนึ่งก็คือ Seeker ที่สามารถโจมตียานพาหนะและสิ่งก่อสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นอันตรายต่อ Harvester ของศัตรูอย่างมากยิ่งใช้คู่กับ Buzzer ก็จะเป็นตัวอันตรายต่อทหารราบด้วย สำหรับ GDI นั้นค่อนข้างมีปัญหากับการเล่นวิธีนี้ในช่วงแรกอยู่บ้าง เพราะยานพาหนะที่เคลื่อนที่เร็วที่สุดก็ยังช้ากว่าฝ่ายอื่น

การโจมตีช่วงต้นเกมต้องใช้ทหารราบคู่กับยานพาหนะจึงจะมีประสิทธิภาพ เช่น ใช้ APC ที่บรรทุก Missile Squad บุกเข้าไปสร้างความปั่นป่วน ตามด้วย Predator Tank เข้าไปปิดเกม สำหรับกลยุทธ์อย่าง Engineer Rush ที่เคยนิยมใช้กันโดยส่ง Engineer ขึ้น APC บุกไปยึดฐานศัตรูตั้งแต่ต้นเกม มาในภาคนี้มันใช้ไม่ได้ไม่ดีเหมือนเดิมอีกแล้วเพราะ Engineer จะมีการหน่วงเวลาก่อนยึดสิ่งก่อสร้างประมาณ 3 วินาที ถ้าศัตรูมียูนิตป้องกันอยู่ Engineer มักจะไม่รอดจนยึดสิ่งก่อสร้างสำเร็จ ทำให้ตัวเลือกการเล่นเกมเร็วช่วงต้นเกมของ GDI น้อยลงไปอีก ช่วงกลางเกมอากาศยานก็เป็นยูนิตที่น่าสนใจโดยเฉพาะยูนิตใหม่อย่าง Hammer Head ที่บรรทุก Missile Squad หรือ Zone Trooper, Zone Raider ส่งเข้าโจมตีสิ่งก่อสร้างสำคัญ ตามปิดท้ายด้วยยานเกราะอย่าง Mammoth Tank และ Juggernaut อย่างไรก็ตามการสร้างยูนิตจำนวนมากเพื่อส่งไปโจมตีศัตรูเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำให้คุณชนะได้ มันยังขึ้นกับทักษะการควบคุมยูนิตต่างๆ ของคุณอีกด้วย

Flsnking

Flanking หรือยุทธวิธีโจมตีโอบล้อม ในการเล่น Multiplayer นั้นผู้เล่นส่วนใหญ่จะวางแนวป้องกันเฉพาะด้านหน้าฐานหรือบริเวณจุดที่ปะทะกัน โดยที่ลืมป้องกันด้านข้างหรือด้านหลังที่มีสิ่งก่อนสร้างสำคัญ เช่น Construction Yard หรือ Plant ตั้งอยู่ การละเลยสิ่งนี้อาจจะพลิกเกมจากที่กำลังได้เปรียบกลายเป็นพ่ายแพ้ไปเลยก็ได้หลายๆ คนนิยมใช้วิธีนี้ในการเข้าตีฐานทัพที่ไม่สามารถบุกเข้าไปตรงๆ ได้

เริ่มด้วยการแบ่งกองกำลังที่จะบุกโจมตีออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกมีหน้าที่ดึงความสนใจของศัตรูโดยส่งยูนิตจำนวนหนึ่งเข้าโจมตีฐานทัพโดยตรงจนศัตรูส่งยูนิตออกมาป้องกันพยายามรักษาชีวิตยูนิตเหล่านี้ไว้เพราะเราต้องการแค่ดึงความสนใจเท่านั้น ขณะเดียวกันให้ส่งกองกำลังอีกส่วนหนึ่งที่มีอำนาจการยิงหรือจำนวนที่เยอะกว่าอ้อมไปทางด้านหลังหรือด้านข้างฐาน แล้วจัดการสิ่งก่อสร้างสำคัญที่กล่าวมาการบุกโจมตีเช่นนี้จะร้างความเสียหายต่อศัตรูอย่างมากอาจถึงขั้นจบเกมเลยทีเดียว กองกำลังที่ใช้อ้อมดจมตีอาจไม่ต้องมีจำนวนเยอะก็ได้ เช่น คุณ อาจใช้แค่ Reckoner 1-2 คัน บรรจุ Commando ส่งเข้าไปถล่มฐานก็ได้ ผมเคยเจอผู้เล่นฝ่าย Nod คนหนึ่งที่ใช้วิธีโจมตีโอบล้อม โดยส่ง Emissary เลาะตามขอบแผนที่ไปตั้งฐานเล็กๆ แล้วสร้าง War Factory บริเวณมุมแผนที่ซึ่งเป็นจุดอับหลังฐานของศัตรู จากนั้นก็ดึงความสนใจไปที่บริเวณด้านหน้าฐาน เพื่อเปิดโอกาสให้ยูนิตที่รออยู่ด้านหลังเข้าโจมตี กว่าศัตรูจะรู้ตัวฐานทัพก็ถูกทำลายไปกว่าครึ่งแล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับวิธีนี้ก็คือ ศัตรูจะต้องไม่รู้ว่าคุณส่งกองกำลังอ้อมไปโจมตีโดยเด็ดขาด ถ้าเกิดถูกตรวจพบควรสั่งยูนิตของเรากลับมาฐานทัพทันที ดังนั้นวิธีการป้องกันการถูกตีโอบก็คือ คุณควรจะส่งยูนิตออกไปสำรวจหรือทิ้งยูนิตไว้บริเวณจุดอับต่างๆ เช่น ตามขอบหรือมุมแผนที่เพื่อคุณจะได้มองเห็นบริเวณนั้นและเตรียมรับมือได้ทันหากศัตรูแอบส่งยูนิตมา

Hit and Run

คือการลอบโจมตีหรือยุทธวิธีหัวเข้าบ้าน จุดประสงค์ของการลอบโจมตีคือการก่อกวนตัดกำลังหรือถ่วงเวลาศัตรูการลอบโจมตีทำได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับฝ่ายที่เล่น วิธีลอบโจมตีที่นิยมทำกันอย่างมาช่วงต้นเกม คือการลอบทำลาย Harvester ของศัตรูเพื่อตัดทรัพยากร วิธีนี้ให้ผลดีมาก ยูนิตที่ใช้มักจะเป็นยานพาหนะที่เคลื่อนที่ได้เร็วเน้นความคล่องตัวมากกว่าพลังโจมตี สำหรับช่วงกลางเกมที่ทรัพยากรต่าง ๆ เริ่มร่อยหรอ เป้าหมายของการลอบโจมตีจะอยู่ที่สิ่งก่อสร้างการผลิต และ Power Plant เพื่อตัดพลังงาน หรือหยุดการผลิตของศัตรู หากทำลายได้จะสร้างความได้เปรียบอย่างมาก เพราะศัตรูจะต้องเสียทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อสร้างสิ่งก่อสร้างเหล่านี้ใหม่ สิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อใช้วิธีนี้คือ หากลอบโจมตีไม่สำเร็จก็ไม่ควรปล่อยให้ยูนิตของเราถูกทำลาย ควรนำกลับมายัง War Factory เพื่อซ่อมแซมไว้จะดีกว่า การเคลื่อนที่ถอยทัพทุกครั้งควรใช้การเคลื่อนที่ถอยหลัง (D) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดของยูนิตกลยุทธ์นี้เหมาะสมกับทุกฝ่ายควรนำไปปรับใช้กับแผนการเล่นของคุณ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:20 pm

เทคนิคอื่นๆ

MARV Super Harvester (GDI)

ด้วยความสามารถเก็บเกี่ยว Tiberium และติดอาวุธได้หลากหลายชนิด Marv จึงเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ผู้เล่นนิยมใช้เก็บทรัพยากรในแนวหน้า อาวุธที่ปรับแต่งในกรณีเช่นนี้จะใช้ Engineer + Rocket Squad อย่างละ 2 หน่วย เข้าประจำการเพื่อเพิ่มความสามารถในการต่อต้านอากาศยานและซ่อมแซมตัวเอง หรือจะใช้ Rocket Squad เพียงอย่างเดียวก็ได้ เมื่อเคลื่อนที่ผ่านทุ่ง Tiberium ทรัพยากรจะถูกเก็บเข้าสู่คลังทันทีโดยไม่ต้องกลับไปยัง Refinery เหมือน Harvester ทั่วไป Tiberium สีเขียวจะให้ทรัพยากร 350 หน่วย และสีฟ้าให้ 700 หน่วยต่อหนึ่งช่อง และมันเป็นยานยนต์ชนิดเดียวในเกมที่สามารถเคลื่อนที่ทับยานพาหนะศัตรูได้ (ไม่รวม Walker) การจัดการยานยนต์ศัตรูจึงเป็นเรื่องง่ายแม้ยูนิตล่องหนอย่าง Harvester ของ Nod ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเมองเห็น แค่เคลื่อนที่ไปรอบๆ แล้วขับทับมันเท่านั้นก็สามารถทำลายได้แล้ว

Alternative’ Teleporting time Bomb (Scrin)

เทคนิคนี้มีประสิทธิภาพสูงมากแต่การใช้งานนั้นก็ยากมาก ต้องอาศัยการฝึกฝนและกะจังหวะเวลาให้พอดี ต้องขออธิบายก่อนว่าลำแสงที่ยิงออกมาจาก Mother Ship นั้น เมื่อยิงถูกสิ่งก่อสร้างหรือยูนิตจะทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นสีขาวและระเบิดออก พร้อมกับปล่อยคลื่นพลังงานสร้างความเสียหายให้กับสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง และระเบิดต่อๆ กันไปเหมือนการล้มของโดมิโน แต่ Mother Ship เคลื่อนที่ช้าและเปราะบางจึงยากที่จะรอดไปถึงฐานศัตรูเพื่อยิงลำแสงนี้ เทคนิคนี้ทำให้คุณสามารถใช้อาวุธของ Mother Ship ถล่มศัตรูได้โดยไม่จำเป็นต้องส่ง Mother Ship เข้าไปโจมตีเอง แต่จะอาศัยการเทเลพอร์ทยูนิตของเราที่ถูกลำแสงเข้าไประเบิดใส่ศัตรู

สิ่งที่จำเป็นสำหรับเทคนิคนี้คือ Mother Ship ,Master Mind (หรือ Prodigy) และยูนิตทหารราบอะไรก็ได้ 2-3 ยูนิต อย่างแรกให้สร้าง Signal Transmitter แล้วเรียก Mother Ship ลงมา สั่ง Mother Ship เคลื่อนที่ไปยังบริเวณโล่งๆ ห่างจากสิ่งก่อสร้างของคุณ แล้วสร้าง Master Mind กับยูนิตทหารราบที่จะใช้เทเลพอร์ทมารอไว้ จากนั้นให้ส่ง Master Mind ไปยังแนวหน้าสนามรบหรือเข้าไปใกล้กับฐานทัพศัตรูเพื่อรอใช้คำสั่งเทเลพอร์ท ขั้นตอนต่อไปจากนี้สำคัญมากต้องกะจังหวะให้ดี ให้นำยูนิตทหารราบที่เตรียมไว้ทั้งหมดเข้าไปอยู่ใต้ Mother Ship แต่ให้ยืนกระจายๆ กัน แล้วสั่ง Mother ship ยิงแสงลงมาใส่ยูนิตกลุ่มนั้น ยูนิตที่โดนสำแสงเต็มๆ จะถูกทำลายทันทีแต่ยูนิตใกล้เคียงจะกลายเป็นสีขาว คุณมีเวลา 2 วินาทีก่อนที่ยูนิตสีขาวนี้จะระเบิดออก ให้รีบสั่งเทเลพอร์ทยูนิตนี้เข้าไปใกล้สิ่งก่อสร้างของศัตรูแล้วสั่ง Master Mind หนีออกมา หากทำถูกจังหวะเวลา สิ่งก่อสร้างของศัตรูจะกลายเป็นสีขาวแล้วระเบิดปล่อยพลังงานออกมา ยิ่งสิ่งก่อสร้างอยู่ใกล้ๆ กันก็จะระเบิดต่อๆ กันไปจนหมด พยายามใช้การกำหนดกลุ่มยูนิตและคีย์ลัดเข้าช่วย จะทำให้คุณใช้เทคนิคนี้ได้สะดวกขึ้น

Redemption Power (NOD)

พลังพิเศษนี้ทำให้ยูนิต Militant Squad ที่ถูกสังหารภายในบริเวณที่กำหนดกลายเป็น Awakened การใช้แต่ละครั้งคุณจะเสียทรัพยากร 1,500 หน่วย เทคนิคนี้ทำให้ Nod ฝ่ายหลักมี Awakened ไว้ใช้งาน คุณจะใช้พลังพิเศษนี้ได้ เมื่อสร้าง Tech Lap จากนั้นสร้าง Militant Squad ตามจำนวนที่ต้องการแล้วใช้ Redemption บริเวณที่ Militant Squad ยืนรวมกันอยู่ ให้จัดการสังหาร Militant squad ที่ยืนอยู่ในรัศมีของพลังนี้ทั้งหมดโดยใช้ Force Attack (Ctrl) หรือพลังพิเศษอย่าง cloaking Field ก็ได้ (แต่เสียทรัพยากรเพิ่มเมื่อใช้ครั้งละ 3,000 หน่วย) แค่นี้คุณก็สามารถสร้าง Awakened ไว้ใช้ได้แล้ว

Cloaking Field + Redeemer (Nod)

เทคนิคนี้เน้นการใช้ Rage Generator ของ Redeemar เพื่อให้ศัตรูฆ่ากันเอง ก่อนอื่นให้คุณสร้าง Redeemar และบรรจุ Saboteur 2 ยูนิตเพื่อเพิ่มความสามารถในการซ่อมแซมตัวเอง จากนั้นใช้ Cloaking Field ใส่ Redeemer เพื่อล่องหน ขั้นตอนทั้งหมดนี้ใช้ทรัพยากร 9,000 หน่วย วิธีใช้งานคุณแค่ส่ง Redeemer ออกไปหากองทัพของศัตรูแล้วใช้ Rage Generator ตอนแรกศัตรูจะรุมยิงคุณอย่างเดียว ให้เดินหนีออกมาจนพ้นระยะหรือรอจน Redeemer ล่องหนหายไป แล้วปล่อยให้ศัตรูฆ่ากันเองจนหมด เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับวิธีนี้ควรจะส่ง Redeemer ออกไปเพียงยูนิตเดียวไม่ควรมียูนิตอื่นๆ ตามไปด้วย เพราะศัตรูจะไม่ยิงกันเองถ้ามียูนิตของคุณอยู่ในบริเวณนั้น
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
banks
Admin


จำนวนข้อความ : 144
Join date : 01/07/2009

ตั้งหัวข้อเรื่อง: Re: บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath   Wed Jul 01, 2009 10:21 pm

EMP Attack (Nod)

เทคนิคการใช้ EMP ของ Nod ที่นิยมกันคือการส่งยูนิต Raider Buggy วิ่งเข้าไปใช้ EMP Burst เพื่อปิดการทำงานของป้อมปืนหรือยานพาหนะของศัตรูยูนิตอื่นให้มาจัดการ เมื่อกดใช้ EMP Burst สิ่งก่อสร้างหรือยานพาหนะที่อยู่ในรัศมี รวมทั้ง Raider Buggy จะถูกปิดการทำงานลงเป็นเวลา 10 วินาที ช่วงนี้ Raider Buggy จะไม่สามารถเคลื่อนที่หรือป้องกันตัวเองได้ ต้องพึ่งพายูนิตชนิดอื่นอย่างเดียว แต่คุณจะไม่ต้องรอถึง 10 วินาทีถ้าคุณมี Temple of Nod แค่กดใช้ความสามารถ Master Computer Countermeasures ยูนิตหรือสิ่งก่อสร้างของคุณที่ถูก EMP โจมตีจะกลับเป็นปกติ วิธีนี้จะมีประสิทธิภาพเมื่อกำหนดกลุ่มยูนิตและ Temple of Nod ด้วยหมายเลขแต่การใช้ Master Computer Countermeasures คู่กับ Raider Buggy จะให้ผล 2 กรณีดังนี้

ในกรณีที่ใช้ EMP Burst จาก Raider Buggy เพียงคันเดียว เมื่อกดใช้ Master Computer Buggy ยูนิตและสิ่งก่อสร้างของคุณที่ถูก EMP รวมทั้ง Raider Buggy เองจะกลับคืนสู่สภาพปกติทันที

กรณีที่นำ Raider Buggy ไปโจมตีหลายๆ คันแล้วกดใช้ EMP Burst พร้อมกันโดยที่แต่ละคันอยู่ในรัศมีของ EMP ซึ่งกันและกัน (ตัวอย่างเช่น Raider Buggy 4 คันอยู่รวมกันเป็นกระจุกแล้วกด EMP Burst พร้อมกันนั่นแหละครับ) เมื่อกดใช้ Master Computer Countermeasures จะเกิดการระบบคลื่น EMP ออกมาเป็นวงเล็กๆ จาก Raider Buggy ยูนิตหรือสิ่งก่อสร้างที่เข้ามาโดนคลื่นนี้ก็จะถูกปิดการทำงานไปด้วย (10 วินาที) แต่ Raider Buggy จะไม่กลับคืนสู่สภาพเดิมทันที จะใช้เวลานานแค่ไหนก็อยู่ที่จำนวน Raider Buggy ที่กดใช้ EMP Burst

สำหรับกรณีที่ 2 หากคุณไม่กดใช้ Master Computer Countermeasures แล้วรอจนถึง 10 วินาที ก็จะมีการระเบิดคลื่น EMP ออกมาอีกเช่นกัน หลังจากทดสอบดูหลายครั้ง ผมพบว่าในกรณีที่ใช้ Raider Buggy 2 คันจะต้องใช้เวลา 20 วินาที จึงจะคืนสู่สภาพปกติ และมีการระเบิดของคลื่น EMP 1 ครั้งตอน 10 วินาทีแรก (อะไรก็ตามที่โดน EMP ระลอกหลังนี้จะถูกปิดไปด้วย 20 วินาที) และหากใช้ 4 คัน Raider Buggy จะหยุดการทำงาน 40 วินาที มีการระเบิดคลื่น EMP ออกมา 3 ครั้ง (ทุกๆ 10 วินาที) หมายความว่ายูนิตหรือสิ่งก่อสร้างของศัตรูที่ถูกคลื่น EMP จะถูกปิดการทำงานรวมทั้งหมด 40 วินาทีแต่ Raider Buggy ที่กดใช้ EMP Burst ต้องเหลือรอดด้วยนะครับ ซึ่งในเวลาเล่นจริงๆ โอกาสที่จะทำได้เช่นนี้ค่อนข้างยากเพราะ Raider Buggy มักจะถูกทำลายหมด คุณอาจจะนำวิธีนี้ไปปรับใช้กับการลอบโจมตีหรือการตีโอบล้อมดูก็ได้ครับ

เทคนิคที่นำเสนอมานี้เป็นเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น ยังมีเทคนิคอีกมากมายที่ไม่สามารถนำเสนอได้เนื่องด้วยหน้ากระดาษที่จำกัด หวังว่าเทคนิคที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์ในการเล่นเกมนี้ของหลายๆ คนนะครับ
ขึ้นไปข้างบน Go down
ดูข้อมูลส่วนตัว http://banksgame.goodbb.net
 
บทสรุปเกม Command & Conquer 3: Kane’s Wrath
อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน 
หน้า 1 จาก 1
 Similar topics
-
» [BIT] BIOSHOCK 2 Full เกมส์มันส์สุดระทึกเลยครับ
» รวมหนังที่ทุกคนกำลังตามหา (master) (mediarfire) Part1
» Alice in Wonderland / อลิซในแดนมหัศจรรย์ [VCD Master][พากย์ไทย]
» City Of Life And Death นานกิง โศกนาฏกรรมสงครามมนุษย์ [VCD Master] [พากย์:ไทย]
» ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะ มูฟวี่ 13 - ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ [VCD MASTER][พากย์ไทย]

Permissions in this forum:คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
ร้านเกมคอมตลาดกำนันหลัก :: บทสรุปเกมต่างๆ-
ไปที่: